Home » Posts » ประวัติตั๋งโต๊ะ

ประวัติตั๋งโต๊ะ

ต้นชีวิต
ต่ง จั๋ว เกิดที่เมืองหลินเถา (臨洮) เทศมณฑลหลงซี (隴西) ปัจจุบัน คือ เทศมณฑลหมิน (岷縣) มณฑลกานซู่ (甘肃省) ในวัยเยาว์ เลื่องชื่อเรื่องมีฝีมือยิงธนูบนหลังม้า ได้ออกเร่ไปรอบภูมิภาคเชียง (羌) และได้ผูกมิตรกับผู้กล้าหลายคน ครั้นเติบใหญ่ กลับบ้านเกิดไปทำนาในชนบท ขุดได้ดาบซึ่งจารึกว่า “จั๋วหวังหรูมู่” (斫王如木; “ฟันกษัตริย์ดั่งตัดฟืน”) จึงเอาไปให้บัณฑิตไช่ ยง/ซัวหยง (蔡邕) ประเมินค่า ไช่ ยง บอกว่า เป็นพระขรรค์ของมหาราชเซี่ยง อฺวี่ (項羽)

ต่อมา ต่ง จั๋ว เข้ารับราชการทหาร ได้ร่วมทัพของจาง ฮ่วน (張奐) ในการปราบกบฏชาวเชียง ณ มณฑลปิ้ง (并州) เมื่อได้ชัยชนะ จึงได้รางวัลเป็นผ้าไหม 9,000 ม้วน เขาเอาไปแจกจ่ายแก่เพื่อนร่วมทัพและผู้ใต้บัญชา

ต่ง จั๋ว ได้เลื่อนตำแหน่งหลายครั้ง ครั้นต้นคริสต์ทศวรรษ 180 เกิดกบฏโพกผ้าเหลือง ราชการให้ต่ง จั๋ว ไปปราบปราม แต่ไม่สำเร็จ ต่ง จั๋ว ถึงถูกลดยศ ภายหลังกบฏมณฑลเหลียง (涼州) มีการเลื่อนยศให้ต่ง จั๋ว และส่งเขาไปปราบกบฏ แต่ทหารของเขาน้อยนัก จึงมิอาจเอาชนะได้ กระนั้น ทหารของต่ง จั๋ว ก็เป็นกองเดียวที่ไม่ได้รับความเสียหาย เพราะสติปัญหาของต่ง จั๋ว ที่ให้ทดน้ำมากั้นการไล่ล่าของข้าศึก

ชีวิตราชการทำให้ต่ง จั๋ว เล็งเห็นความเสื่อมโทรมของราชวงศ์ฮั่น จึงคิดการใหญ่และตั้งหน้าตั้งหน้าซ่องสุมกำลังอำนาจไว้ที่มณฑลเหลียง นายทหารผู้หนึ่งชื่อ ซุน เจียน/ซุนเกี๋ยน (孫堅) รู้ระคายถึงความกำเริบเสิบสานของต่ง จั๋ว จึงรายงานผู้บังคับบัญชาให้รีบจัดการต่ง จั๋ว แต่ไม่มีใครสนใจรายงานของซุน เจียน

การเข้าสู่อำนาจ

ภาพวาดสมัยราชวงศ์ชิงแสดงต่ง จั๋ว เรียกประชุมเพื่อปลดหลิว เปี้ยน ออกจากราชสมบัติ
ใน ค.ศ. 189 จักรพรรดิฮั่นหลิงสิ้นพระชนม์ พระโอรส คือ หลิว เปี้ยน หรือหองจูเปียน เสวยราชย์ต่อ ขุนพลเหอ จิ้น/โฮจิ๋น สั่งให้ต่ง จั๋ว นำกำลังจากภูมิภาคเข้าพระนครลั่วหยาง/ลกเอี๋ยง เพื่อช่วยปราบปรามกลุ่มขันทีที่ทรงอิทธิพลอยู่ในราชสำนัก แต่ก่อนต่ง จั๋ว จะมาถึง กลุ่มขันทีได้สังหารเหอ จิ้น และปะทะกับกลุ่มข้าราชการจนเกิดจลาจลในพระราชวัง ขันทีจำนวนหนึ่งจับหลิว เปี้ยน พระมหากษัตริย์ เป็นองค์ประกัน แล้วหนีออกจากพระนคร ระหว่างทาง ไปพบกองทหารของต่ง จั๋ว เข้า พระมหากษัตริย์จึงตกอยู่ในเงื้อมมือของต่ง จั๋ว และต่ง จั๋ว นำพาพระองค์กลับคืนพระนคร ส่วนกองกำลังของเหอ จิ้น ที่ไร้นาย ก็เข้ากับต่ง จั๋ว

ซันกั๋วจื้อ (三國志; “บันทึกสามแผ่นดิน”) ระบุว่า ต่ง จั๋ว นำกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์ในพระนคร โดยให้เข่นฆ่าชายชาวเมืองทุกคน และยึดทรัพย์สินราษฎร อ้างว่า เพื่อปราบปรามกบฏให้สิ้นซาก ครั้นควบคุมพระนครได้แล้ว ต่ง จั๋ว ต้องการถอดหลิว เปี้ยน ออกจากราชสมบัติ และตั้งพระอนุชา คือ หลิว เสีย หรือหองจูเหียบ ขึ้นแทน แต่ติง ยฺเหวียน/เต๊งหงวน (丁原) ผู้บัญชาการทหารรักษาพระนคร ไม่เห็นด้วย ต่ง จั๋ว จึงยุแยงให้ลฺหวี่ ปู้/ลิโป้ บุตรบุญธรรมของติง ยฺเหวียน สังหารติง ยฺเหวียน เสีย แล้วรับลฺหวี่ ปู้ เป็นบุตรบุญธรรมของตน ทั้งให้ลฺหวี่ ปู้ บัญชาทหารรักษาพระนครแทน

เมื่อไร้ผู้คัดค้าน ใน ค.ศ. 190 ต่ง จั๋ว จึงถอดพระมหากษัตริย์หลิว เปี้ยน ออกจากราชสมบัติ แล้วตั้งหลิว เสีย ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์แทน ก่อนประกาศตัวเป็นอัครมหาเสนาบดี บัญชาราชการทั่วแว่นแคว้น บีบให้มีพระราชานุญาตให้ตนพกกระบี่เข้าพระราชฐาน และให้เข้าเฝ้าโดยไม่ต้องถอดรองเท้า ซึ่งไม่มีข้าราชการคนใดกระทำได้นับแต่อัครมหาเสนาบดีเซียว เหอ (蕭何) ในรัชสมัยฮั่นเกาจู่ (漢高祖) เป็นต้นมา

บันทึกยังระบุว่า ต่ง จั๋ว มักเข้ามานอนในที่พระบรรทม และหลับนอนกับนางสนมกำนัล

การต่อต้าน
ใน ค.ศ. 190 นั้นเอง ข้าราชการภูมิภาคทั่วแว่นแคว้นรวมกำลังกันต่อต้านต่ง จั๋ว เมื่อทราบว่า ทัพภูมิภาคนั้นมียฺเหวียน เช่า/อ้วนเสี้ยว (袁绍) เป็นผู้นำ ต่ง จั๋ว ก็ให้จับครอบครัวของยฺเหวียน เช่า ในพระนครลั่วหยาง/ลกเอี๋ยง มาตัดศีรษะเสียสิ้น เพื่อข่มขวัญยฺเหวียน เช่า แล้วให้ฮฺว่า สฺยง/ฮัวหยง (華雄) และหู เจิ่น (胡軫) นำทัพออกไปขัดขวางกองหน้าของทัพภูมิภาคซึ่งมีซุน เจียน/ซุนเกี๋ยน เป็นผู้นำ ต่ง จั๋ว ยังให้หนิว ฝู่ (牛輔) ผู้เป็นบุตรเขย ไปตระเตรียมค่ายคูประตูหอรบที่เทศมณฑลเหมย์ (眉縣) หนิว ฝู่ สะสมเสบียงไว้ ณ หอรบ สามารถใช้ได้ถึง 30 ปี

แต่ทหารของต่ง จั๋ว ไม่อาจเอาชัยเหนือฝ่ายต่อต้านได้ ต่ง จั๋ว จึงส่งหลี่ เจว๋/ลิฉุย (李傕) ไปเกลี้ยกล่อมให้ซุน เจียน เลิกทัพ โดยต่ง จั๋ว ตกลงจะยกบุตรสาวของตัวให้สมรสกับบุตรชายของซุน เจียน ทั้งจะแบ่งบ้านเมืองให้ซุน เจียน ปกครองกึ่งหนึ่ง ซุน เจียน บอกปัดและมุ่งหน้านำทัพเข้าปราบต่ง จั๋ว ยังนครลั่วหยางต่อไป ต่ง จั๋ว จึงเตรียมย้ายเมืองหลวงไปยังฉางอาน/เตียงฮัน ก่อนย้าย ต่ง จั๋ว ส่งทหารไปขุดทรัพย์จากสุสานราชวงศ์ฮั่น ปล้นเศรษฐีคหบดี และเผาอาหารบ้านเรือนในลั่วหยางเสียสิ้น เพื่อไม่หลงเหลือสิ่งใดไว้เป็นประโยชน์แก่ทัพภูมิภาค

ครั้นแล้ว ต่ง จั๋ว คอยซุ่มโจมตีทัพภูมิภาคอยู่ในลั่วหยาง พอทัพของซุน เจียน มาถึงสุสานหลวงในลั่วหยาง ก็เผชิญกับกองซุ่ม แต่สามารถสู้รบจนต่ง จั๋ว พ่ายหนีไป ต่ง จั๋ว จึงให้ลฺหวี่ ปู้/ลิโป้ บุตรบุญธรรม นำทัพกลับไปปราบซุน เจียน แต่ซุน เจียน ก็เอาชนะลฺหวี่ ปู้ ได้อีก

เมื่อยึดลั่วหยางได้แล้ว ทัพผสมจากภูมิภาคพบว่า พระนครโดนเผาเป็นเถ้า จึงล่าถอยไปรอที ต่ง จั๋ว ส่งหลี่ เจว๋, กัว ซื่อ/กุยกี (郭汜), และจาง จี้ (張濟) ไปปราบทัพภูมิภาค ขณะนั้น ทัพภูมิภาคกำลังแตกคอและไม่เป็นใจสู้รบ จู จวิ้น/จูฮี (朱儁) ขุนศึกซึ่งเข้าร่วมทัพภูมิภาค จึงร้องขอให้เถา เชียน/โตเกี๋ยม (陶謙) เกลอเก่า มาช่วยรบ เถา เชียน ส่งพล 3,000 นายมาช่วยจู จวิ้น ที่เทศมณฑลจงมู่ (中牟县) แต่ไม่อาจเอาชนะทัพต่ง จั๋ว ได้ ก็พากันแตกหนีไป เมื่อมีชัยแล้ว ทัพต่ง จั๋ว ออกปล้นสะดมในท้องที่เฉินหลิว (陈留镇) และอิ่งชวน (潁川) ราษฎรจำนวนมากถูกปล้นและเอาตัวลงเป็นทาส

เซี่ยนตี้จี้ (献帝纪; “พงศาวดารจักรพรรดิเซี่ยน”) ระบุว่า ต่ง จั๋ว ให้ทรมานทหารที่จับได้จากทัพผสม โดยให้เอาผ้าชุบไขมันมาพันทั่วตัว แล้วจุดไฟขึ้นไปจากเท้า ต่ง จั๋ว ชมดูเสียงกรีดร้องและสีหน้าของพวกเขาอย่างสุขใจ โดยเฉพาะในยามที่ให้แก้ผ้าติดไฟซึ่งพันรอบศีรษะทหารออก แต่บรรดาข้าราชการที่ต่ง จั๋ว สั่งให้เข้าร่วมชมด้วยนั้น ไม่บันเทิงใจไปด้วย

การปกครองอย่างโหดร้าย
เมื่อย้ายพระนครมายังฉางอาน/เตียงฮัน ได้สองเดือน ต่ง จั๋ว เห็นว่า ไม่มีผู้ใดจะปราบปรามตนได้แล้ว ก็ตั้งตำแหน่งราชครู (太師) ให้แก่ตนเอง อันเป็นตำแหน่งโบราณที่หวัง หมั่ง/อองมัง (王莽) ให้นำกลับมาใช้หลังจากยึดอำนาจจากราชสกุลหลิว (劉) แห่งราชวงศ์ฮั่นได้ แต่พอสกุลหลิวคืนอำนาจ ก็ให้เลิกใช้ไป นอกจากนี้ ต่ง จั๋ว ตั้งต่ง หมิน (董旻) น้องชาย เป็นทหารฝ่ายซ้ายประจำตัว และตั้งยศถาบรรดาศักดิ์ให้ญาติพี่น้องถ้วนหน้า เพื่อรวบอำนาจในราชสำนัก

ต่ง จั๋ว ยังให้เลี้ยงโต๊ะใหญ่โตเนือง ๆ ระหว่างเลี้ยงก็ให้เอานักโทษมาทรมานเล่นเป็นการรื่นเริง เช่น ให้ตัดแขนตัดขาควักลูกตานักโทษออกมาดูเล่น โดยต้องตัดลิ้นออกก่อน จะได้ไม่ส่งเสียงน่ารำคาญระหว่างถูกทรมาน แต่ทำทั้งนี้ต้องอย่าให้ตาย เพื่อจะได้โยนลงกระทะน้ำมันเดือดต่อไป พอสุกแล้วยกขึ้นม้วนเป็นก้อนไว้กลางงานให้แขกเหรื่อชมดู แขกทั้งหลายกระอักกระอ่วนใจในภาพน่าสังเวชที่ปรากฏเบื้องหน้า มีเพียงต่ง จั๋ว ที่ชื่นชมยินดี ในสองปีนับแต่ต่ง จั๋ว เถลิงอำนาจ ข้าราชการหลายพันคนถูกกล่าวหาเลื่อนลอยและถูกประหาร ส่วนพลเมืองจำนวนมากก็ถูกลักพาและเข่นฆ่า

ต่ง จั๋ว ให้สร้างคฤหาสน์ส่วนตัวในเทศมณฑลเหมย์ (眉縣) หมายใจจะอาศัยอยู่ที่นั่นอย่างมีชีวิตยืนยาวกว่าพวกที่มาต่อต้านตน ต่ง จั๋ว ให้เอาเทวรูปและโบราณวัตถุ ซึ่งรวมถึง สิบสองคนทอง (十二金人) ที่ฉินฉื่อหฺวังตี้/จิ๋นซีฮ่องเต้ (秦始皇帝) ทรงสร้างไว้ มาหลอมเป็นเหรียญกระษาปณ์ไว้ซื้อวัสดุสร้างคฤหาสน์ เมื่อเหรียญเถื่อนของต่ง จั๋ว เข้าสู่ตลาด ก็ส่งผลให้เงินเฟ้ออย่างร้ายแรงและระบบการเงินล้มเหลว

การโค่นล้ม
ต่ง จั๋ว ตระหนักดีว่า การกระทำของตนเป็นที่เคืองแค้นของหลายบุคคล และทำให้ตนมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกลอบสังหาร จึงให้ลฺหวี่ ปู้/ลิโป้ ขุนศึกซึ่งตนรับเป็นบุตรบุญธรรมนั้น คอยประจำอยู่ข้างกายในฐานะองครักษ์ แต่ทุกครั้งที่ต่ง จั๋ว กับลฺหวี่ ปู้ เกิดผิดใจกัน ต่ง จั๋ว จะเอาง้าวขว้างใส่ลฺหวี่ ปู้ หลังจากนั้นต่ง จั๋ว ก็จะคลายความขุ่นเคืองลง ทว่า ลฺหวี่ ปู้ นั้นผูกใจเจ็บเสมอมา นอกจากนี้ ลฺหวี่ ปู้ ยังลอบเป็นชู้กับสาวใช้ของต่ง จั๋ว และคอยหวาดระแวงว่า ต่ง จั๋ว จะรู้เข้าสักวัน

ใน ค.ศ. 192 ลฺหวี่ ปู้ ตกลงใจจะฆ่าต่ง จั๋ว เมื่อได้รับคำชักชวนจากเสนาบดีหวัง ยฺหวิ่น/อ้องอุ้น ฉะนั้น เช้าวันหนึ่ง ลฺหวี่ ปู้ ให้ขุนศึกหลี่ ซู่/ลิซก (李肅) นำกำลังเข้าดักรอต่ง จั๋ว ที่ประตูวัง เมื่อต่ง จั๋ว เข้าวัง หลี่ ซู่ ก็พุ่งออกมาแทงต่ง จั๋ว เมื่อต่ง จั๋ว เรียกให้ช่วย แทนที่ลฺหวี่ ปู้ จะช่วย กลับร้องว่า “เป็นราชโองการ” แล้วแทงต่ง จั๋ว ซ้ำจนขาดใจตาย พงศาวดารบันทึกว่า ต่อมา ศพของต่ง จั๋ว ถูกทิ้งไว้กลางถนนให้ผู้คนมาชมดู เจ้าพนักงานเอาไส้ตะเกียงเสียบไว้ตรงสะดือศพแล้วจุดเป็นแสงสว่างโดยใช้ไขมันจากความอ้วนของต่ง จั๋ว เป็นเชื้อเพลิงได้หลายวัน อนึ่ง มีพระราชกฤษฎีกาห้ามใครมาเก็บศพต่ง จั๋ว ไปทำพิธี มิฉะนั้น ต้องโทษประหาร มีคนสามคน รวมถึงไช่ ยง/ซัวหยง พยายามมานำศพไปประกอบพิธีทางศาสนา จึงถูกประหาร ขณะเดียวกัน ญาติพี่น้องของต่ง จั๋ว ก็ถูกตัดหัวเสียบประจานทั้งโคตร ในจำนวนนี้รวมถึงมารดาวัย 90 ปีของเขา ผู้ร้องขอชีวิตว่า “โปรดงดฆ่าข้า” (乞脱我死)

เมื่อสิ้นต่ง จั๋ว แล้ว หวัง ยฺหวิ่น ก็ได้คุมราชการทั้งปวงแทน เหล่าผู้ภักดีต่อต่ง จั๋ว ซึ่งรวมถึงหลี่ เจว๋/ลิฉุย, กัว ซื่อ/กุยกี, จาง จี้, และฝาน โฉว/หวนเตียว (樊稠) เกรงว่า ตนจะโดนหางเลขตามต่ง จั๋ว ไปด้วย จึงขอให้หวัง ยฺหวิ่น ออกกฎหมายนิรโทษกรรมพวกตน หวัง ยฺหวิ่น กล่าวว่า “ในบรรดาผู้ควรอภัย คนพวกนี้ไม่ควรอภัย” จึงบอกปัดคำขอของพวกเขา บัณฑิตเจี่ย สฺวี่/กาเซี่ยง (賈詡) แนะคนทั้งสี่ว่า เมื่อทางการไม่เห็นใจพวกเขาแล้ว ก็ควรเอาตัวรอดโดยยึดอำนาจเสีย คนทั้งสี่จึงรวบรวมกำลังมายึดพระนครฉางอาน/เตียงฮัน หวัง ยฺหวิ่น ส่งสฺวี หรง/ซีเอ๋ง (徐榮) กับหู เจิ่น (胡軫) ไปปราบกบฏ สฺวี่ หรง ถูกฆ่า ส่วนหู เจิ่น เอาทหารไปเข้ากับกบฏ พากันมาล้อมนครฉางอาน สังหารหวัง ยฺหวิ่น และยึดอำนาจเป็นผลสำเร็จ สถาปนาการปกครองโดยเชิดพระมหากษัตริย์ต่อไป

สรุุป
– มีรูปร่างอ้วนใหญ่ ละโมบโลภมาก มีความชั่ว โฉด โหด หื่น (เห็นบอกว่าหน้าตาไม่ดีด้วย)
– ทำราชการอยู่ที่เมืองซีหลง
– ก้าวเข้ามาสู่ฐานอำนาจได้โดยการติดสินบนแต่ 10 ขันทีและได้มีอำนาจมากขึ้นหลังจากถูกโฮจิ๋นเรียกเข้าเมืองหลวงเพื่อกำจัด 10 ขันที
– ปลดฮ่องเต้หองจูเปียน แต่งตั้งฮ่องเต้หองจูเหียบหรือพระเจ้าเหี้ยนเต้ ครอบงำหน่วยงานเมืองหลวงไว้ทั้งหมด
– มีอำนาจสูงสุดเมื่อนำม้าเซ็กเทาเพื่อที่จะไปซื้อลิโป้มาทำการด้วย
– เผาลกเอี๋ยงและสร้างเตียงฮันเป็นราชธานีใหม่
– ตีตนเสมอพระเจ้าเหี้ยนเต้
– แต่งตั้งพักพวกเข้ามาครอบครองขุนนางในเมืองหลวง
– ริบเงินชาวบ้านมาสร้างเมืองหลวงและเข้ากระเป๋าตัวเอง
– ยึดเงินหลวงเข้ากระเป๋าตัวเอง
– คัดเลือกหญิงงานจากชาวบ้านเข้ามาบำเรอตน
– ใช้ราชโองการปลอมตามใจชอบ
– ศพตั๋งโต๊ะนั้นไม่มีให้ฝังฟ้าผ่าจนแหลกละเอียดไปหมด แม้แต่ฟ้าดินยังไม่ต้องการ
– ยาขอบตั้งฉายาให้ตั๋งโต๊ะว่า “ผู้ถูกสาปแช่งทั้ง 10 ทิศ”
– ตั๋งโต๊ะตายเพราะมีความขัดแย้งกับลิโป้แล้วลิโป้จับมือกับอ้องอุ้นและวางแผนฆ่าในที่สุด

แสดงความเห็นได้ที่
Share Button
Previous post
ประวัติจูฮี
Next post
ประวัติโฮจิ๋น